ต้นกำเนิดอาหารชาววัง

อาหารชาววังนั้นถือว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อมกลมกล่อมอย่างมาก ในอดีตอาหารชาววังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้คนในวัง โดยเฉพาะในช่วงรัชกาลที่ 5 มีการคิดค้นเมนูอาหารชาววังจำนวนมาก หลากหลายเมนูบางเมนูยังคงเป็นที่นิยมมากจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้อาหารชาววังนั้นเริ่มมีต้นกำเนิดขึ้นมาในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้มีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นเมืองหลวงแทนกรุงธนบุรี ทำให้ฝั่งพระนครซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของวังหลวงมากมาย พระบรมหาราชวังจึงกลายเป็นศูนย์วัฒนธรรม ศิลปะ การแสดง ต่างๆ รวมไปถึงต้นตำหรับอาหารชาววัง ซึ่งอาหารชาววังนั้นเป็นหน้าที่ของสำนักฝ่ายใน โดยเจ้านายฝ่ายหญิงและลูกหลานข้าราชการเข้าถวายตัวรับใช้ ซึ่งก็มีบทบาทสำคัญอย่างมากในวังหลวง

สตรีที่ถวายตัวในวังนั้นและมีฝีมือในการทำอาหารจะถูกเรียกว่า “เครื่องต้น” เป็นหน้าที่จัดสรรวัตถุดิบในการทำอาหารเพื่อถวายแด่พระเจ้าอยู่หัวและเจ้านายพระองค์ต่างๆภายในวัง ซึ่งหากเจ้านายทรงโปรดปรานก็มีโอกาสได้เลื่อนขั้นหรือรับรางวัล อาหารชาววังนั้นมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากอาหารทั่วไปคือ รสชาติของอาหารที่ต้องมีรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว ไม่มีรสชาติใดรสชาติหนึ่งที่โดดเกินไปดังนั้นอาหารชาววังจึงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “กับข้าวเจ้านาย”

อาหารชาววังที่นำวัตถุดิบมาใช้นั้นต้องมีความสดใหม่ โดยเฉพาะผักต่างๆที่ต้องมีความสดมาก รวมถึงผลไม้ที่ต้องแกะสลักสวยงามและไม่ช้ำ รวมถึงมีวิธีทำที่ต้องใช้ความพิถีพิถันมาก ต้องใช้เวลาในการประกอบอาหารอย่างเช่นข้าวแช่ ต้องหุ้งข้าวให้สวยและต้องใส่ตะแกรงและผ้าขาวบางขัดเมล็ดข้าวจนสวยงามและต้องกรองน้ำล้างให้สะอาดจากน้ำใส่น้ำลอยดอกมะลิแล้วนำไปอบด้วยด้วยเทียนหอม จึงจะได้ข้าวแช่ที่หอมชวนน่าทาน